หาย “ปวดท้อง” ง่ายๆ ฉบับผู้หญิง

หาย “ปวดท้อง” ง่ายๆ ฉบับผู้หญิง

หาย “ปวดท้อง” ง่ายๆ ฉบับผู้หญิง

       แค่ต้องเผชิญกับการทำงานก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังต้องทนทรมานกับอาการปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อย ที่มาพร้อมอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวในช่วงวันนั้นของเดือนอีก จนเผลอหงุดหงิดพาลใส่เพื่อนร่วมงานอยู่บ่อยๆ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเป็นกันใช่ไหมคะ? นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิงอย่างเรากันเลยทีเดียว เอาอย่างงี้ดีไหมคะ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าค่ะ

 

5 วิธีรับมือง่ายๆ กับอาการปวดประจำเดือน

  • เริ่มมื้อเช้าด้วยเมนูย่อยง่าย เช่น โจ๊ก หรือนมอุ่นๆ คู่กับขนมปัง ก็จะช่วยให้สบายท้องมากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งกาแฟ ชา น้ำอัดลม เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะซึ่งจะทำให้อาการปวดในช่องท้องหนักมากขึ้น และควรดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)

 

  • จิบน้ำอุ่น ระหว่างวันการดื่มน้ำอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้หายจากอาการปวดประจำเดือน อาจเลือกเป็นน้ำอุ่นธรรมดา น้ำผึ้งผสมมะนาว หรือน้ำขิงอุ่นๆ ก็ได้

 

  • จัดหนัก ผักไฟเบอร์ ช่วงมื้อเที่ยง การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์มาก นอกจากจะดีต่อระบบขับถ่ายแล้วยังช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล เพราะอาหารที่มีไฟเบอร์สูง แคลอรีต่ำจะช่วยลดอาการฮอร์โมนแปรปรวนและลดการปวดท้องและปวดหลังในช่วงมีประจำเดือนได้

 

  • ใช้ความร้อนเข้าช่วย เชื่อว่าหลายคนมีกระเป๋าน้ำร้อนเตรียมไว้ เพราะเมื่อถึงวันนั้นของเดือนทีไรเป็นต้องหยิบขึ้นมาใช้ทุกที นั่นก็เพราะว่าความร้อนสามารถช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงๆ ผ่อนคลายลง และยังช่วยบรรเทาอาการปวดได้

 

  • ยืด - เหยียด กล้ามเนื้อเป็นระยะ แม้ในช่วงวันนั้นของเดือนจะรู้สึกไม่สบายตัวและกลัวเลอะ ทำให้หลายคนไม่ค่อยอยากจะลุกเดินบ่อยๆ แต่รู้ไหมว่า? การนั่งแช่อยู่บนเก้าอี้เป็นเวลานานๆ ยิ่งทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น การลุกเดิน ก็จะช่วยให้คุณสดชื่นขึ้นหรือระหว่างนั่งทำงานก็นวดท้องตัวเองไปด้วย โดยนวดเป็นวงกลมเบาๆ และกดที่บริเวณท้องเล็กน้อย จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณท้องผ่อนคลายลง ช่วยคลายความเจ็บปวดและความตึงของกล้ามเนื้อ

 ก็จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับบทความนี้ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? ซึ่งเป็นวิธีแก้ปวดท้องง่ายๆ ที่ผู้หญิงควรรู้  หวังว่าท่านจะลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ หายปวดท้องเป็นปลิดทิ้งเชียวค่ะ  


ขอขอบคุณ
ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.paolohospital.com/